อัพเดทล่าสุด
หน้าแรก / ธุรกิจแฟรนไชส์ / 10 แฟรนไชส์ “ร้านกาแฟ” ยอดฮิต ชื่อติดตลาดในเมืองไทย

10 แฟรนไชส์ “ร้านกาแฟ” ยอดฮิต ชื่อติดตลาดในเมืองไทย

advertisement

กาแฟ เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกเช่นเดียวกับชาและน้ำทำมาจากเมล็ดกาแฟจากต้นกาแฟ โดยนิยมดื่มแบบร้อนๆ แต่ก็สามารถดื่มแบบเย็นได้ ซึ่งกาแฟมีหลายชนิดด้วยกัน ได้แก่ กาแฟดำ, เอสเพรสโซ่, คาปูชิโน่, มอคค่า, ลาเต้และอเมริกาโน่ รวมถึงการนำกาแฟไปประยุกต์กับน้ำชนิดอื่นให้เกิดเป็นรสชาติใหม่ๆ เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคและทำให้เมนูกาแฟมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นด้วย

ธุรกิจร้านกาแฟแน่นอนว่ามีทั้งคนที่ทำแล้วรุ่งและไม่รอด ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้มีทั้งเรื่องของทำเล กลุ่มลูกค้า ราคา คู่แข่ง รสชาติ ความสะอาด ความรวดเร็ว ความใส่ใจ การตลาด จุดเด่น สิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงปัจจัยอื่นๆที่อาจเกี่ยวข้องด้วย ทั้งนี้คุณควรวิเคราะห์สิ่งเหล่านี้ เพื่อเป็นกรณีศึกษาว่าทำไมกาแฟร้านนี้ถึงประสบความสำเร็จมากทำไมบางร้านถึงไปไม่รอดเลยมีปัจจัยอะไรที่ส่งผลบ้าง หากคุณสนใจและต้องการจะลงทุนทำธุรกิจร้านกาแฟ

แต่หากคุณไม่ถนัดวิเคราะห์ธุรกิจและตลาดมากนัก แต่สนใจในธุรกิจนี้มากบวกกับมีเงินพร้อมลงทุน “แฟรนไชส์ร้านกาแฟ” ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจไม่ใช่น้อยนะคะเพราะคุณไม่ต้องเสียเวลาทำแผนการตลาด วิเคราะห์คู่แข่ง หรือกลุ่มลูกค้าเลยเพราะแฟรนไชส์แต่ละแบรนด์นั้น เตรียมทุกอย่างให้คุณหมดแล้ว คุณเพียงแค่ศึกษาข้อมูลของแต่ละแฟรนไชส์ให้เข้าใจ และเตรียมเงินสำหรับลงทุนให้พร้อม เท่านี้ คุณก็สามารถมีธุรกิจร้านกาแฟของตัวเองได้แล้วค่ะ

มาดูกันดีกว่าว่า “10 แฟรนไชส์กาแฟยอดฮิต ชื่อติดตลาดในเมืองไทย” มีอะไรบ้าง เพื่อที่คุณจะได้นำข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจง่ายขึ้นนะคะ

1. แฟรนไชส์ Café Amazon

ร้านยอดนิยมของคนไทย ซึ่งปัจจุบันเราจะเห็น Café Amazon อยู่ในปั๊มปตท. เกือบทุกปั๊มเลยก็ว่าได้ โดยแรงบันดาลใจในการก่อตั้งของร้าน Café Amazon นั้นมาจากแหล่งกาแฟที่มีชื่อเสียงของโลก คือประเทศบราซิล ซึ่งเป็นต้นตำรับแห่งกาแฟ ผนวกกับเมื่อคิดถึงป่า Amazon ก็จะคิดถึงความร่มรื่นของธรรมชาติอันประกอบด้วยแมกไม้และเสียงน้ำไหลที่ให้ความร่มเย็น ร้าน Café Amazon จึงมีแนวคิดที่อยากให้เป็นร้านกาแฟที่สามารถนั่งพักผ่อนระหว่างการเดินทาง หรือเป็นแหล่งนัดพบของกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่นิยมดื่มกาแฟที่มีรสชาติอร่อยเข้มข้น พร้อมบรรยากาศเย็นสบายด้วยร่มไม้ล้อมรอบ

รายละเอียด : งบประมาณการลงทุนมีให้เลือก 2  รูปแบบ คือ

  • Stand Alone ขนาดพื้นที่ 100 – 200 ตร.ม. ขึ้นไป (รวมสวนหย่อม) ร้านจะมีลักษณะเป็นอาคารเดี่ยว ตั้งอยู่บนที่ดินที่มีศักยภาพเพียงพอและมีความเหมาะสมต่อการเปิดธุรกิจร้านกาแฟ Café Amazon รวมราคาตั้งแต่ค่าก่อสร้าง จนถึงค่าอุปกรณ์ทั้งหมด (ไม่รวม VAT) 2,649,000-4,209,000 บาท
  • Shop ขนาดพื้นที่ 40 ตร.ม. ขึ้นไป (ตั้งอยู่ภายในอาคาร เช่น อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า อาคารพาณิชย์ ฯลฯ และต้องมีผู้คนผ่านไปมาไม่น้อยกว่า 3,000 คนต่อวัน) รวมราคาตั้งแต่ค่าก่อสร้าง จนถึงค่าอุปกรณ์ทั้งหมด (ไม่รวม VAT) 2,349,000-3,709,000 บาท

ปล. ค่า Royalty Fee + ค่า Marketing Fee : 3% + 3% ของยอดขายรายเดือน, ค่าเช่าเครื่อง Point of Sale (POS) : 24,000 บาท/ปี, อายุสัญญา 6 ปี (Renovate ร้านทุก 3 ปี)

2. แฟรนไชส์ Chao Doi Coffee

ด้วยคำนิยามจากเมล็ดกาแฟดิบ ไปสู่การ “คั่ว” ด้วยกลิ่นหอมอันยั่วยวน และรสชาติ “เข้ม” ที่โดดเด่นจากเมล็ดกาแฟคั่ว “ชาวดอย” ได้เกิดมาจากความพิถีพิถันในการคัดสรรเมล็ดกาแฟดิบคุณภาพสูง และกระบวนการคั่วสูตรเฉพาะของ “ชาวดอยคอฟฟี่” ทำให้ได้กาแฟที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ และรสชาติที่กลั่นออกมาจากใจสู่คุณ…ลูกค้าจะมั่นใจได้เลย ว่ารสชาติ และคุณภาพของกาแฟสดชาวดอยนั้น แน่นทุกแก้วจริงๆ

รายละเอียด : งบประมาณการลงทุน (แล้วแต่ขนาดของธุรกิจ)

  • Coffee (กาแฟ)

– Coffee Set A 329,500 บาท

– Coffee Set B 350,500 บาท

– Coffee ชุดตู้ขาย A – 408,500 บาท

– Coffee ชุดตู้ขาย B – 473,500 บาท

– ชุดการขาย S ขนาดพื้นที่ 11.50 ตรม. : ค่าโครงสร้างโดยประมาณ 300,000 บาท และค่าชุดธุรกิจ 430,000 บาท

– ชุดการขาย M ขนาดพื้นที่ 23.40 ตรม. : ค่าโครงสร้างโดยประมาณ 600,000 บาท และค่าชุดธุรกิจ 430,000 บาท

– ชุดการขาย L ขนาดพื้นที่ 59.30 ตรม. : ค่าโครงสร้างโดยประมาณ 1,200,000 บาท และค่าชุดธุรกิจ 430,000 บาท

  • Bubble Tea (ชานมไข่มุก)

– Bubble Tea Set A 265,000 บาท

– Bubble Tea Set B 429,500 บาท

– Bubble Tea ชุดตู้ขาย A 174,500 บาท

– Bubble Tea ชุดตู้ขาย B 195,500 บาท

  • Coffee (กาแฟ) & Bubble Tea (ชานมไข่มุก)

– ชุดบูธ 447,500 บาท

– ชุดการขาย S ขนาดพื้นที่ 11.50 ตรม. : ค่าโครงสร้างโดยประมาณ 300,000 บาท และค่าชุดธุรกิจ 465,000 บาท

– ชุดการขาย M ขนาดพื้นที่ 23.40 ตรม. : ค่าโครงสร้างโดยประมาณ 600,000 บาท และค่าชุดธุรกิจ 465,000 บาท

– ชุดการขาย L ขนาดพื้นที่ 59.30 ตรม. : ค่าโครงสร้างโดยประมาณ 1,200,000 บาท และค่าชุดธุรกิจ 465,000 บาท

ปล. ราคาที่กล่าวมารวม VAT แล้ว และคุณยังได้รับการกอบรม การส่งเสริมการตลาด ตลอดจนคำปรึกษา การช่วยเหลือในการทำธุรกิจ

3. แฟรนไชส์ Coffee Today

คอฟฟี่ ทูเดย์ ยึดหลักคำกล่าวที่ว่า “กาแฟทุกแก้วมาจากแรงบันดาลใจ” ซึ่งมีการคิดค้นสูตรกาแฟสดที่สามารถทำให้คนไทยบริโภคได้อย่างถูกปาก ด้วยราคาที่ไม่แพง จึงเกิดเป็นกาแฟสดสูตรอย่างไทย ที่หอม ละมุน กลมกล่อม และไม่เข้มจัด ทำให้ทุกคนสามารถดื่มได้ง่าย

รายละเอียด : รูปแบบร้านแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ คือ

  • Kiosk ใช้พื้นที่ประมาณ 4-10 ตร.ม. จะเน้นให้บริการลูกค้าแบบ Take-Away
  • Conner ใช้พื้นที่ประมาณ 10-20 ตร.ม. จะเน้นให้บริการลูกค้าแบบ Take-Away และ Sit-in โดยจะมีเฟอร์นิเจอร์สำหรับรองรับลูกค้า แต่แค่ไม่กี่ชุด
  • Shop ใช้พื้นที่ตั้งแต่ 21 ตร.ม. ขึ้นไป จะเน้นให้บริการลูกค้าได้ทุกรูปแบบ และมีเฟอร์นิเจอร์ แบบเต็มรูปแบบไว้ให้บริการลูกค้า

ในส่วนของงบประมาณการลงทุนนั้น ได้แก่

– ค่าแฟรนไชส์ 30,000 บาท สำหรับสัญญา 3 ปี (ในกรณีต่อสัญญา ปีที่ 4 จะเรียกเก็บอีกครั้ง)

– ค่าโลแยลตี้ สำหรับการดำเนินธุรกิจภายใต้ แบรนด์ Coffee Today รายปี ปีละ 30,000 บาท

– เงินประกันสัญญาแฟรนไชส์ 50,000 บาท (จะได้คืนเมื่อหมดสัญญา)

– เงินลงทุนในการก่อสร้าง ตกแต่งร้าน เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆในร้าน เริ่มตั้งแต่ 450,000 – 750,000 บาท ขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน และพื้นที่ร้าน

– ค่าวัตถุดิบต่างๆ ในการเริ่มต้นธุรกิจ 20,000 – 30,000 บาท

4. แฟรนไชส์กาแฟดอยช้าง

ในแต่ละกระบวนการผลิตและแปรรูปกาแฟดอยช้าง ถูกคัดสรรจนได้ขั้นตอนที่เหมาะสมที่สุดในการสร้างสรรค์รสชาติจนทำให้กาแฟของดอยช้างเป็นกาแฟอราบิก้าชนิดพิเศษ ที่ปลูกเฉพาะบริเวณดอยช้างเท่านั้น โดยได้ตรารับรองมาตรฐานระดับสากลมากมายด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตรงกลิ่นที่หอมเป็นพิเศษ เจือรสเปรี้ยว (กรดจากผลไม้) ที่ดื่มแล้วทำให้รู้สึกชุ่มคอ มีสารคาเฟอีนต่ำ มีรสชาติที่กลมกล่อม เป็นความลงตัวระหว่างพื้นที่เพาะปลูกกับลักษณะภูมิประเทศที่เป็นที่สูงและมีอากาศหนาวเย็นตลอดปี ประกอบกับการดูแลเอาใจใส่ในทุกขั้นตอน ทำให้ได้กาแฟอราบิก้าที่มีคุณภาพสูง ดังคำกล่าวที่ว่า “กาแฟดอยช้าง เอกลักษณ์กาแฟไทย สุดยอดกาแฟโลก”

รายละเอียด : รูปแบบร้านแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ

  • Coffee Venue

– พื้นที่ : 30-100 ตรม.

– ค่าก่อสร้างและตกแต่ง : 400,000 – 1,500,000 บาท

– ค่าออกแบบ ( 8% ของราคาก่อสร้าง) : 32,000 – 120,000 บาท

– เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์เครื่องชงกาแฟและ POS : 840,000 บาท

– ค่าประกันแบรนด์ : 100,000 บาท

– ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ : 150,000 บาท

– อุปกรณ์การขายและสต็อคเริ่มต้น : 50,000 บาท

– ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด : 30,000 บาท

– ประมาณการลงทุนรวม : 1,602,000 – 2,790,000 บาท

  • Stand Alone

– พื้นที่ : 60-130 ตร.ม.

– ค่าก่อสร้างและตกแต่ง : 1,000,000 – 2,000,000 บาท ไม่รวมสวนหย่อม

– ค่าออกแบบ ( 8% ของราคาก่อสร้าง) : 80,000 – 160,000 บาท

– เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์เครื่องชงกาแฟและ POS : 849,000 บาท

– ค่าประกันแบรนด์ : 100,000 บาท

– ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ : 150,000 บาท

– อุปกรณ์การขายและสต็อคเริ่มต้น : 50,000 บาท

– ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด : 30,000 บาท

– ประมาณการลงทุนรวม : 2,269,000 – 3,340,000 บาท

ปล. ค่า Royalty Fee คำนวณจากขนาดของร้าน : 30 – 50 ตรม. 5,000.- / เดือน, 54 – 100 ตรม. 8,000.- / เดือน, 101 ตรม. ขึ้นไป 12,000.- / เดือน ส่วนอายุสัญญามีระยะเวลา 5 ปี

5. แฟรนไชส์อินทนิล

ธุรกิจอินทนิล” ได้รับความไว้วางใจในการส่งมอบความสุขในการดื่มกาแฟ ให้กับลูกค้ามาร่วม 10 ปี ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 400 สาขาทั่วประเทศ อีกทั้งร้านกาแฟอินทนิล ยังมีความพิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบเกรดพรีเมียมเพื่อให้ผู้ที่รักการดื่มกาแฟและรักสุขภาพ ได้สัมผัสถึงรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะอีกด้วย

รายละเอียด : ร้านอินทนิล คอฟฟี่

– ระยะเวลาให้สิทธิ 6 ปี

– ค่าธรรมเนียมแรกเข้า (Franchise Fee) : 200,000 บาท

– เงินค้ำประกันสัญญา : 100,000 บาท

– ค่าออกแบบและจัดทำแบบก่อสร้าง : 50,000 บาท

– ค่าบริการ Software ระบบ POS รายปี : 27,000 บาท

– เงินลงทุนค่าอุปกรณ์การขาย และวัตถุดิบครั้งแรก : 450,000 บาท

– การก่อสร้างและตกแต่งร้าน (ประมาณการ) : 1-2 ล้านบาท

– ค่าส่วนแบ่งรายได้ (Loyalty Fee) 6% จากยอดขาย

ปล. มีการฝึกอบรม คู่มือการปฏิบัติการ และทีมงานที่สนับสนุน ให้คำปรึกษา

6. แฟรนไชส์ Rabika Coffee

จากความหลงใหลและต้องมนต์เสน่ห์ของกลิ่นหอมอันเย้ายวนและรสชาติที่เยี่ยมยอดโดนใจของกาแฟพันธุ์ดี กลายมาเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ร้านกาแฟมาตรฐานสากล “RABIKA COFFEE” ซึ่งจากร้านกาแฟเล็กๆ 1 ร้าน กลายมาเป็นร้านกาแฟในรูปแบบแฟรนไชส์กว่า 100 สาขา โดยมีจุดเด่นที่สูตรลับเฉพาะโดดเด่นไม่เหมือนใคร และยากที่ใครจะเลียนแบบ

รายละเอียด : รูปแบบร้านแบ่งตามขนาดพื้นที่

– ขนาด 36 ตร.ม. ราคา 1,560,000 บาท

– ขนาด 48 ตร.ม. ราคา 1,695,000 บาท

– ขนาด 60 ตร.ม. ราคา 1,795,000 บาท

– เงินค้ำประกันสัญญา 50,000 บาท

– ค่าธรรมเนียมรายเดือน 3,000 บาท

– ค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ 1,000 บาท/เดือน

– ค่าประกันวินาศภัย 1,826.49 บาท/ปี

– เงื่อนไขสัญญา 3 ปี

ปล. ทุกขนาดมีอุปกรณ์ วัตถุดิบ การจัดหาพนักงาน การฝึกอบรม การจัดวางระบบบัญชี และการตรวจสอบให้ ขณะเดียวกัน สถานที่เช่าบางที่อาจมีค่าแรกเข้า

7. แฟรนไชส์ Coffee World

Coffee World เป็นร้านกาแฟระดับพรีเมี่ยมที่นำเสนอกาแฟหลากหลายทั้งร้อน เย็นและปั่น พร้อมด้วยอาหาร อาทิ วาฟเฟิล และแซนด์วิช นอกจากนี้ Coffee World ยังใส่ใจเป็นอย่างยิ่งในการเลือกและอบเมล็ดกาแฟอาราบิก้าชั้นดีเพื่อนำมาสร้างสรรค์เครื่องดื่มที่ปรุงโดยบาริสต้า (นักปรุงกาแฟมืออาชีพ) ที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี เพื่อนำเสนอเครื่องดื่มสูงด้วยคุณภาพ อีกทั้งกาแฟ Coffee World ยังเลือกใช้แต่วัตถุดิบที่สดใหม่มาปรุงเป็นเครื่องดื่ม แทนการใช้ส่วนผสมสำเร็จรูป

รายละเอียด : รูปแบบร้านแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ

  • Shop

– ขนาดพื้นที่ 40-60 ตร.ม. ขึ้นไป : ตั้งอยู่ในอาคาร เช่น อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า อาคารพาณิชย์  แหล่งท่องเที่ยว

– ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ : 400,000 บาท

– ค่าประกันแบรนด์ : 200,000 บาท

– ค่าดำเนินการก่อนเปิดร้าน : 50,000 บาท

– ค่าสำรวจสถานที่ : 5,000 – 20,000 บาท

– ค่าออกแบบร้าน : 80,000 – 120,000 บาท

– ค่าอุปกรณ์ภายในร้าน : 800,000 – 1,000,000 บาท

– ค่าก่อสร้างตกแต่งร้าน : 900,000 – 1,300,000 บาท

– Loyalty fee + Marketing Fee 6% + 2% จากยอดขายรายเดือน

– ค่าเช่าระบบ Software POS 12,000 บาท/ปี

– อายุสัญญา 6 ปี (Renovate ร้านทุก 3 ปี)

– รวมการลงทุน : 2,500,000 บาท (ไม่รวมภาษี)

  • Stand Alone

– ขนาดพื้นที่ 100 ตร.ม. ขึ้นไป : อาคารเดี่ยว ตั้งอยู่บนที่ดินที่มีศักยภาพ มีที่จอดรถ

– ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ : 400,000 บาท

– ค่าประกันแบรนด์ : 200,000 บาท

– ค่าดำเนินการก่อนเปิดร้าน : 50,000 บาท

– ค่าสำรวจสถานที่ : 5,000 – 20,000 บาท

– ค่าออกแบบร้าน : 100,000 – 150,000 บาท

– ค่าอุปกรณ์ภายในร้าน : 900,000 – 1,200,000 บาท

– ค่าก่อสร้างตกแต่งร้าน : 1,000,000 – 2,000,000 บาท

– Loyalty fee + Marketing Fee 6% + 2% จากยอดขายรายเดือน

– ค่าเช่าระบบ Software POS 12,000 บาท/ปี

– อายุสัญญา 6 ปี (Renovate ร้านทุก 3 ปี)

– รวมการลงทุน : 3,300,000 บาท (ไม่รวมภาษี)

ปล. ค่าดำเนินการก่อนเปิดร้าน หมายถึง ผู้ฝึกอบรม 5 คน (20,000 บาท), สื่อการตลาด (30,000 บาท) นอกจากนี้ยังได้รับ การตรวจสอบมาตรฐานร้าน และพนักงาน การฝึกอบรม พัฒนาการตลาด การส่งเสริมการขาย คู่มือการปฏิบัติ และอื่นๆ

8. แฟรนไชส์ Black Canyon Coffee

จากจุดเริ่มต้นของกาแฟถ้วยแรก จนบัดนี้กาแฟหลายล้านถ้วยถูกเสิร์ฟให้กับลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่องเป็นเครื่องยืนยันว่า “แบล็คแคนยอน” แบรนด์ที่แข็งแกร่งของคนไทยได้ก้าวไกลสู่ระดับสากล โดย “แบล็คแคนยอน” มีการเลือกใช้กาแฟคุณภาพสูงจากโครงการหลวง และนำเข้าจากแหล่งผลิตที่มีชื่อเสียงของโลก ผ่านกระบวนการคั่วเมล็ด โดยเครื่องคั่วกาแฟที่ทันสมัย กาแฟของ “แบล็คแคนยอน” จึงคงไว้ด้วยรสชาติ กลิ่น สี และความสดใหม่อยู่เสมอ

รายละเอียด : รูปแบบร้านแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ

  • รูปแบบภัตตาคาร / ร้านอาหาร (Coffee House) จำหน่ายกาแฟ เครื่องดื่ม และอาหาร แบ่งเป็น 2 ประเภท

– ค่าโรยัลตี้ คำนวณ 3% จากยอดขาย หักค่าวัตถุดิบที่สั่งซื้อจากบริษัทฯ และมีการกำหนดผลตอบแทนขั้นต่ำต่อปี : 200,000 บาท

– ค่าช่วยส่งเสริมการตลาด คำนวณ 2% จากยอดขายหักค่าวัตถุดิบที่สั่งซื้อจากบริษัทฯ

– ค่าออกแบบประมาณ 80,000 –150,000 บาท หรือ 8 – 15% ของงบประมาณค่าตกแต่งสถานที่

1.1 Mini – Coffee House จำหน่ายเฉพาะกาแฟ เครื่องดื่ม อาหารว่าง อาหารจานเดียว อาหารประเภทยำ และมีขนาดของพื้นที่ประมาณไม่เกิน 100 ตารางเมตร

– ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ : 800,000 บาท

– ค่าประกันความเสียหายและหนี้สิน : 250,000 บาท

1.2 Full – Service Coffee House จำหน่ายกาแฟ เครื่องดื่ม อาหารทุกประเภท มีขนาดพื้นที่ประมาณ 100 – 150 ตารางเมตร

– ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ : 1,000,000 บาท

– ค่าประกันความเสียหายและหนี้สิน : 300,000 บาท

  • รูปแบบร้านกาแฟ (Coffee Corner / KIOSK) จำหน่ายเฉพาะกาแฟ เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ ขนาดพื้นที่ประมาณ ไม่เกิน 50 ตารางเมตร

– ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ : 600,000 บาท

– ค่าประกันความเสียหายและหนี้สิน : 200,000 บาท

-ค่าโรยัลตี้ คำนวณ 3% จากยอดขาย หักค่าวัตถุดิบที่สั่งซื้อจากบริษัทฯ และมีการกำหนดผลตอบแทนขั้นต่ำต่อปี : 100,000 บาท

– ค่าช่วยส่งเสริมการตลาด คำนวณ 2% จากยอดขายหักค่าวัตถุดิบที่สั่งซื้อจากบริษัทฯ

– ค่าออกแบบประมาณ 80,000 –150,000 บาท หรือ 8 – 15% ของงบประมาณค่าตกแต่งสถานที่

9. แฟรนไชส์กาแฟมวลชน

โครงการ “อบรมกาแฟสร้างอาชีพ เพื่อสังคมและชุมชน” เป็นการจัดอบรมให้ความรู้และฝึกปฏิบัติให้กับประชาชนและองค์กรทั่วไป โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและเงื่อนไขใดๆ เพื่อเป็นการยกระดับและส่งเสริมธุรกิจกาแฟ ให้เกิดการขยายตัวสร้างอาชีพอย่างยั่งยืนและในปัจจุบันได้มีการร้องขอจากสมาชิก พนักงาน ประชาชน ให้ช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจกาแฟ ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย สะดวก ประหยัดเวลา และการลงทุน จึงเกิดเป็น “แฟรนไชส์ร้านกาแฟมวลชน” ขึ้นมานั่นเอง

รายละเอียด : รูปแบบร้านแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ คือ

  • Type SS : 255,000 บาท (แบบคีออส)
  • Type S : 470,000 บาท ขนาดพื้นที่ 4-20 ตร.ม.
  • Type M : 655,000 บาท ขนาดพื้นที่ 21-60 ตร.ม.
  • Type L : 845,000 บาท ขนาดพื้นที่ 61-120 ตร.ม.

ปล. ทุกรูปแบบจะได้รับเครื่องและอุปกรณ์ พร้อมเข้ารับการอบรม และได้รับสูตรฟรี

10. แฟรนไชส์ Coffee A Day

“คอฟฟี่ อะ เดย์” แฟรนไชส์ร้านกาแฟสดและเบเกอรี่ ลงทุนง่าย ขายดี คืนทุนเร็ว เติบโตอย่างมั่นคงด้วยผลงานคุณภาพที่ดีจริงและดีกว่าเพื่อคุณ นโยบายของคอฟฟี่ อะ เดย์ จึงมุ่งเน้นให้ผู้บริโภคทุกระดับอาชีพ ทุกระดับรายได้ ได้รับความพึงพอใจในสินค้าและบริการที่เหนือความคาดหวัง เลิกตั้งคำถามว่า “จ่ายแพงกว่าทำไม” และตัดสินใจซื้อโดยไม่ต้องลังเลคำนวณเงินในกระเป๋าอีกต่อไป ให้สมกับคำขวัญของแบรนด์ที่ว่า “Better Together” (ดีกว่า)

รายละเอียด : Coffee A Day

– ค่าแฟรนไชส์ : 60,000 บาท  มีอายุสัญญา 3 ปี และกรณีต่อสัญญาไม่เรียกเก็บค่าแฟรนไชส์

– ค่าสิทธิ์ : 15,000 บาท ต่อปี คำนวณแบบเหมาจ่าย

– ค่าการตลาด : 15,000 บาท ต่อปี คำนวณแบบเหมาจ่าย

– ค่าออกแบบ ตกแต่งก่อสร้าง ป้ายร้าน ป้ายเมนู กราฟิก เครื่องมือ อุปกรณ์ เฟอร์นิเจอร์ ฝึกอบรม และอื่นๆ พร้อมเปิดร้าน ขั้นต่ำ 500,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและลักษณะพื้นที่หน้างาน

ปล. รับฟรีวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ ได้แก่ เมล็ดกาแฟ 10 กิโลกรัม, แก้วเครื่องดื่มขนาด 22 ออนซ์ พร้อมฝาปิด 1,000 ใบ, หลอดบรรจุซอง 1,000 หลอด, เสื้อยูนิฟอร์มพนักงานสวยหรู 4 ตัว และผ้ากันเปื้อน 2 ผืน

ทุกการลงทุนล้วนมีความเสี่ยง ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลและวางแผนก่อนการลงทุน ว่าใช้งบประมาณเท่าไร ทำเลที่ตั้งร้านที่ไหนดี มีการวางแผนการจัดการธุรกิจ วางแผนทางการเงิน เพื่อที่ธุรกิจจะได้ประสบความสำเร็จถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ ไม่มีอะไรที่คนเราจะประสบความสำเร็จ ถ้าไม่ลงมือทำขอให้ประสบณ์ความสำเร็จทุกท่านค่ะ

1 ดาว2 ดาว3 ดาว4 ดาว5 ดาว (8 votes, average: 4.63 out of 5)
Loading...
advertisement

About Admin

"สยามอาชีพ" อาชีพเสริม สร้างอาชีพ สร้างรายได้

Leave a Reply

Your email address will not be published.