อัพเดทล่าสุด
หน้าแรก / ธุรกิจออนไลน์ / ขายของออนไลน์ อยากขายสินค้าออนไลน์ เริ่มต้นอย่างไรดี

ขายของออนไลน์ อยากขายสินค้าออนไลน์ เริ่มต้นอย่างไรดี

advertisement

ผมเห็นหลายท่านมีความต้องการที่อยากขายของออนไลน์ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี เพราะเป็นเรื่องสดใหม่ของใครหลายคนอยู่กับการขายสินค้าออนไลน์ ผมเองเคยเขียนมาก่อนหน้านี้แล้วกับกับหัวข้อการขายของออนไลน์ แต่วันนี้ขอกลับมาพร้อมกับเว็บสยามอาชีพเลยต้องขออัพเดทเนื้อหากันหน่อยนะครับ

การขายของออนไลน์ดูเหมือนว่าในปัจจุบันจะทำได้ง่ายมากขึ้นกว่าเดิมเยอะหรือบางท่านที่มีประสบการณ์ในการขายมาก่อนอาจบอกว่าสมัยนี้ยากกว่าเดิมหลายเท่า แต่สิ่งที่ผมบอกว่าง่ายกว่าเดิมคือปัจจุบันมันมีปุ่มสวิตซ์เพียงไม่กี่ปุ่มให้เรากด ก็จะได้ผลรับที่ออกมาตามความต้องการ ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการงบประมาณ

หลายท่านคิดว่าการขายสินค้าผ่านเน็ตเป็นเรื่องใหม่มันยากเหลือเกิน ไม่รู้เลยว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี เห็นคนอื่นๆ ทำแล้วรุ่งก็อยากลองทำดูบ้าง เชื่อผมได้เลยครับว่ามันไม่งายและไม่ยากอย่างที่คุณคิด ทุกอย่างมีเตรียมไว้บริการสำหรับท่านที่ต้องการขายของออนไลน์ไว้หมดแล้ว อยู่ที่ท่านจะรู้จักวิธีจัดการมันได้หรือป่าวก็เท่านั้นเอง สำหรับวันนี้ท่านที่เข้ามาอ่านด้วยความตั้งใจไหนๆ ก็เข้ามาแล้วบางครั้งบางทีผมอาจจะพูดไม่รู้เรื่อง หรือวกไปวนมา ผมต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

 

 

การขายของออนไลน์ คืออะไร

ผมเชื่อว่าทุกท่านเข้าใจตรงกันแล้วนะครับว่าการขายสินค้าออนไลน์ หรือการขายของออนไลน์คืออะไร  ก็คือการนำสินค้าของเรามาขายผ่านอินเตอร์เน็ตไงครับ และสิ่งที่ผมจะบอกทุกท่านก่อนเริ่มเรียนรู้ในสิ่งที่ผมกำลังจะเขียนแนะนำวิธีการขายของออนไลน์ต่อไปนี้คือ การขายสินค้าเราไม่จำเป็นต้องขายสินค้าเสมอไป การขายสินค้าผ่านเน็ตในยุคปัจจุบันคือการขายบริการครับ คำว่าบริการนี้คือหัวใจสำคัญมาก ใครๆ ก็ขายแต่สินค้าผ่านเน็ตเต็มไปหมด ก็เพราะมันทำได้ง่ายและมีระบบรองรับทุกอย่าง แต่น้อยคนที่จะเข้าใจคำว่าการขายบริการในโลกออนไลน์

ซึ่งส่วนใหญ่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หลายๆ คน มักจะเน้นแค่เฉพาะกับขายสินค้าทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ซึ่งตรงนี้เองที่ทำให้ลูกค้าออนไลน์เลือกที่ซื้อสินค้ากับร้านอื่นไปเรื่อยๆ คือจะเปลี่ยนร้านค้าบ่อยๆ  เพราะบางครั้งก็ไม่ประทับใจกับการให้บริการของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เหล่านี้ ซึ่งทำให้ร้านค้าออนไลน์หลายร้านที่ไม่มีลูกค้าประจำ จึงจำเป็นต้องหาลูกค้าหน้าใหม่ตลอด ซึ่งหวังว่าคงเข้าใจกันดีแล้วนะครับว่า การขายของออนไลน์คืออะไร นั่นคืองานบริการนี่เองครับ

บริการคือหัวใจของนักขาย หลายๆ ที่ที่มีการจัดฝึกอบรม สัมมนาเกี่ยวกับการขาย วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจะหยิบยกประเด็นเรื่องของการบริการมาเกี่ยวข้องเสมอเพราะการขายคือ….การบริการ ในเมื่อเราขายของออนไลน์เราจะบริการลูกค้าของเราอย่างไรให้ลูกค้ามีความประทับใจมากที่สุด

หัวใจนักขาย ก่อนเป็นนักขายออนไลน์ เราต้องมาเรียนรู้ และทำความเข้าใจถึงหน้าที่และคุณสมบัติสำคัญของผู้ที่ทำงานขายกันก่อนดังนี้

  • ผู้ที่มีทักษะการพูดการเจรจาเป็นอย่างดี สามารถพูดโน้มน้าวใจลูกค้าได้
  • เรียนรู้และทำความเข้าใจสินค้าตัวที่จะขายเป็นอย่างดี
  • สามารถรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงที
  • รู้ถึงความต้องการของลูกค้า พยายามเดาใจลูกค้าให้ได้
  • สร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า
  • นำเสนอสินค้าให้กับลูกค้า พร้อมกับบริการสุดประทับใจ
  • มีใจรักในงานบริการ

บางสิ่งบางอย่างเราสามารถเรียนรู้ได้ฝึกฝนกันได้ขึ้นอยู่กับความใส่ใจของตังเราเอง มีแหล่งข้อมูลมากมายที่ท่านสามารถเข้าไปศึกษาหาข้อมูลได้ อาทิเช่น ร้านหนังสือ,ห้องสมุด,มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนสาขาการตลาด,เว็บไซต์ธุรกิจ และการตลาดสถานที่เปิดอบรมหลักสูตรการขาย และอื่น ๆ

อยากขายของออนไลน์เริ่มต้นอย่างไรดี

ผมได้กล่าวเอาไว้ในบทนำแล้วนะครับว่า สมัยนี้ทำธุรกิจการขายของออนไลน์ง่ายมากๆ เด็กประถมยังทำได้เลยเพราะมีระบบที่คอยรองรับเราไว้หมดแล้วที่เหลือขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของเรา คุณสร้างเว็บไซต์ไม่เป็นใช่ไหม  เรามีบริการ คุณไม่รู้วิธีโปรโมทใช่ไหม  เรามีบริการ และถึงแม้ไม่รู้ว่าจะขายอะไร เราก็มีบริการให้ แต่ทุกข้อที่กล่าวมานี้ คุณต้องมีเงินพร้อมสำหรับการลงทุนทำธุรกิจขายของออนไลน์ เห็นไหมว่ามันง่ายนิดเดียว เหมือนมีสวิตช์กดปุ่มเพียงปุ่มเดียว

บริการของฟรีก็มีครับ เอาตั้งแต่สร้างเว็บไซต์ขายสินค้าฟรี เว็บโปรโมทฟรี มีที่สำหรับขายนำสินค้าขายได้ฟรีๆ วันนี้ผมจะมาแนะนำครับ รายละเอียดต่างๆ เยอะมากจริงๆ ผมคงอธิบายให้ได้ไม่หมดเลยทีเดียวนะครับ บอกกันตรงไปตรงมา

อย่างแรกเลยนะครับคือ คุณต้องกำหนดเป้าหมายว่าคุณจะขายอะไรแบบไหนอย่างไรออกมาเสียก่อนนะครับ ผมเข้าใจสำหรับท่านที่เข้ามาใหม่ๆ จะพกคำถามสุดฮอตมาถามผมอยู่เป็นประจำว่า “จะขายอะไรดี” ขายแบบไหนลงทุนน้อยกำไรดี สินค้าแบบไหนลูกค้ามีความต้องการสูง สำหรับคำถามต่างๆ นี้ผมตอบให้ไม่ได้จริงๆ ครับขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ขายเองเลยว่าจะสามารถติดต่อกับทางผู้ผลิตสินค้าเองได้หรือไม่

คำว่าขายอะไรดี เรามักจะได้ยินนักการตลอดพูดอยู่เสมอว่า “ตลาดต้องการอะไรเราก็ขายสิ่งนั้น เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด” คำพูดดูดีมากครับ หรืออีกคำพูดนึงของใครสักคนนี่แหละ ซึ่งผมก็จำไม่ได้ แต่มีความหมายมากกล่าวไว้ว่า  “ลูกค้าเขาไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรจนกว่าจะได้เห็นสิ่งๆ นั้น” อ่อจำได้แล้วครับ  Steve Jobs ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ ในใจความนี้คือต้องการจะสื่อถึงการนำเสนอสิ่งใหม่ให้กับลูกค้าของเรา ยิ่งเป็นผู้นำการที่จะเป็นเจ้าของตลาดในสินค้าตัวนั้นก็จะสูงตามไปด้วย เอาละครับผมคิดว่าเรามาเริ่มต้นเข้าเรื่องกับหัวข้อขายของออนไลน์กันเลยดีกว่านะครับ

  1. มีเป้าหมายที่ชัดเจนกับการขายสินค้า
  2. แหล่งสินค้า ที่นำมาขาย
  3. กลุ่มเป้าหมายคือใคร
  4. งบประมาณสนับสนุน
  5. ระบบขายสินค้าออนไลน์
  6. โปรโมทสินค้า แบรนด์
  7. บริการชำระเงิน
  8. บริการขนส่งสินค้า การรับประกัน
  9. บริการหลังการขาย

1.มีเป้าหมายที่ชัดเจนกับการขายสินค้า

เป้าหมายคือเส้นทางบ่งบอกให้เรารู้ถึงจุดหมายปลายทางว่าเราต้องเดินไปทางไหน ในระหว่างเส้นทางมีสิ่งใดบ้างที่เราต้องเจอ ก่อนออกรถกลับบ้านไปต่างจังหวัดผมเชื่อว่าทุกท่านต้องเตรียมตัวตรวจสอบรถ มีแผนที่อยู่ในใจว่าจะขับไปทางไหน การกำหนดเป้าหมายของการขายของออนไลน์ผมมีตัวอย่าง มานำเสนอให้ท่านเข้าใจได้มากที่สุดครับ

SMART

การกำหนดเป้าหมายเขาบอกว่า เป้าหมายที่ดี ควรมีลักษณะ SMART ซึ่งมาจากอักษรต้นของคำว่า

SPECIFIC เป้าหมายต้องมีลักษณะเฉพาะเจาะจง ไม่ควรระบุให้กว้างจนเกินไป และไม่ใช้คำที่ต้องตีความ

MEASURABLE เป้าหมายควรวัดได้เป็นตัวเลข ประเมินค่าเปรียบเทียบได้ และใช้ติดตามผลได้

ACTION ORIENTED เป้าหมายต้องระบุถึงสิ่งที่จะกระทำ และนำไปสู่การกำหนดกิจกรรมรองรับได้ชัดเจน

REALISTIC เป้าหมายต้องเป็นจริงได้ แต่ไม่ง่ายจนเกินไป เป้าหมายที่ดีต้องมีความท้าทาย (Challenge) เพื่อนำไปสู่การคิดค้น ริเริ่ม วิธีการใหม่ๆ อยู่เสมอ

TIMELY ต้องมีกรอบของระยะเวลาที่ชัดเจน แน่นอน กำหนดไว้ ซึ่งอาจจะเป็น รายวัน สัปดาห์ เดือน ไตรมาส ครึ่งปี หรือ 1 ปี ไม่ควรตั้งเป้าหมายที่ยาวนานเกินกว่า 1 ปี สำหรับเป้าหมายที่บรรลุในปีนั้น ก็จะทำการตั้งเป้าหมายที่สูงขึ้น และท้าทายยิ่งขึ้นในปีถัดไปได้

ในการตั้งเป้าหมายจะให้สมบูรณ์แบบมากที่สุดก็จะต้องมีระบบที่ขาดไม่ได้เลยคือระบบ PDCA หรือที่เรียกว่าวงจรเดมิง (อังกฤษ: Deming Cycle) หรือวงจรชูฮาร์ต (Shewhart Cycle) คือวงจรการควบคุมคุณภาพ

PDCA

1. Plan (วางแผน) หมายถึง การวางแผนการดำเนินงานอย่างรอบคอบ ครอบคลุมถึงการกำหนดหัวข้อที่ต้องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ซึ่งรวมถึงการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน อาจประกอบด้วย การกำหนดเป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน Plan การจัดอันดับความสำคัญของ เป้าหมาย กำหนดการดำเนินงาน กำหนดระยะเวลาการดำเนินงาน กำหนดผู้รับผิดชอบหรือผู้ดำเนินการและกำหนดงบประมาณที่จะใช้ การเขียนแผนดังกล่าวอาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของลักษณะ การดำเนินงานและการวางแผนยังช่วยให้เราสามารถคาดการณ์สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต และช่วยลดความสูญเสียต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้

2.Do (ปฏิบัติตามแผน) หมายถึง การดำเนินการตามแผน อาจประกอบด้วย การมีโครงสร้างรองรับ การดำเนินการ (เช่น คณะกรรมการหรือหน่วยงานของคณะ) มีวิธีการ ดำเนินการ (เช่น มีการประชุมของคณะกรรมการมีการจัดการเรียน การสอน มีการแสดงความจำนงขอรับนักศึกษาไปยังทบวงมหาวิทยาลัย) และมีผลของการดำเนินการ (เช่น รายชื่อนักศึกษาที่รับในแต่ละปี)

3.Check (ตรวจสอบการปฏิบัติตามแผน) หมายถึง การประเมินแผน อาจประกอบด้วย การประเมินโครงสร้างที่รองรับ การดำเนินการ การประเมินขั้นตอนการดำเนินงาน และการประเมินผลของการดำเนินงานตามแผนที่ได้ตั้งไว้ โดยในการประเมินดังกล่าวสามารถทำได้เอง โดยคณะกรรมการที่รับผิดชอบแผนการดำเนินงานนั้น ๆ ซึ่งเป็นลักษณะของการประเมินตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการอีกชุดมาประเมินแผน หรือไม่จำเป็นต้องคิดเครื่องมือหรือแบบประเมิน ที่ยุ่งยากซับซ้อน

4.Act (ปรับปรุงแก้ไข) หมายถึง การนำผลการประเมินมาพัฒนาแผน อาจประกอบด้วย การนำผลการ ประเมินมาวิเคราะห์ว่ามีโครงสร้าง หรือขั้นตอนการปฏิบัติงานใดที่ควร ปรับปรุงหรือพัฒนาสิ่งที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีก และสังเคราะห์รูปแบบ การดำเนินการใหม่ที่เหมาะสม สำหรับการดำเนินการ

อ้างอิงจากhttp://th.wikipedia.org/wiki/PDCA

2.แหล่งสินค้า ที่นำมาขาย

แหล่งสินค้า ที่นำมาขาย

ขายของออนไลน์ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นสินค้ามือหนึ่งเท่านั้นนะครับ สินค้ามือสองนี้สิกลับขายดียิงกว่า ยิ่งของหายากนะยิ่งขายดี สินค้าบางชิ้นมือหนึ่งอาจมีราคาแพงเกินกำลังการซื้อ แต่ถ้าเป็นมือสองกำลังการซื้อมีมากกว่า แต่สำหรับท่านใดที่ไม่ทราบมาก่อนเลยครับว่าจะหาสินค้าอะไรมาขายดี

  • เสื้อผ้า & เครื่องประดับ – โบ๊เบ๊ ห้างสรรพสินค้าแพลตตินัม ตลาดประตูน้ำ ตลาดนัดสวนจตุจักร สวนลุมไนท์บาร์ซ่า สำเพ็ง พาหุรัด
  • ผลิตภัณฑ์จากไม้ – บ้านถวาย เชียงใหม่
  • เครื่องเงิน – ถนนวัวลาย เชียงใหม่ ภาคเหนือของประเทศไทย
  • เครื่องเซรามิก – จังหวัดลำปาง
  • ผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม – ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
  • เครื่องหนัง – ถนนเจริญรัตน์ หรือถนนเสือป่าในกรุงเทพ
  • เครื่องประดับและสิ่งทอ – สำเพ็ง พาหุรัด
  • อัญมณีและเพชรพลอย – ถนนสีลมหรือถนนอัญมณีในจันทบุรี

อ้างอิง : www.wisethailand.com

สำหรับท่านใดที่มีความสามารถเข้าถึงแหล่งผลิตได้โดยตรง หรือผลิตสินค้านำออกมาจำหน่ายเองได้ ดังตัวอย่าง เพื่อนผมเอง ติดตามดูได้ที่ http://www.gswthai.com พงศ์สิน ไทร์ชายเนอร์ ซิลิโคนเคลือบเงาและบำรุงรักษายางรถยนต์สูตรพิเศษ คุณภาพสูง เป็นสินค้าประเภท ซิลิโคนเคลือบเงาและบำรุงรักษายางรถยนต์ ซึ่งเป็นการสร้างแบรนด์ และผลิตสินค้าออกมาจำหน่ายเอง สามารถกำหนดราคาขายได้ ตอนนี้เห็นว่ากำลังขยายสร้างโรงงานเล็กๆ เป็นของตัวเองอยู่

แหล่งสินค้าที่มักนำมาขายออนไลน์ในไทยอีกแหล่งคือ การนำเข้าสินค้าจากจีน หรือจากนอกประเทศ พอพูดถึงการนำเข้าเป็นอะไรที่ฝันเกินตัวจริงๆ วุ่นวายไปหมดสำหรับท่านใดที่ไม่มีความรู้มาก่อนหรือไม่เคยทำมาก่อนก็ไม่แปลกที่บอกว่าฝันเกินตัวไป

การนำเข้าในปัจจุบันมีความง่ายดายเหลือเกินครับ จนคุณเองรู้สึกราวกับว่าซื้อของออนไลน์ในประเทศไทยเราแล้วก็รอให้ไปรษณีย์ไทยนำสินค้ามาส่งถึงหน้าบ้านของท่าน สำหรับวิธีการนำเข้าในปัจจุบันมีหนังสือออกเขียนออกมาแนะนำหลายเล่มด้วยกันนะครับ หรือเข้าไปค้นหาข้อมูลต่างๆ ผ่านอินเตอร์เน็ตก็ได้หรือคลิกที่ –> การนำเข้าสินค้าจากจีน

3.กลุ่มเป้าหมายคือใคร

กลุ่มเป้าหมายคือใคร

ในเมื่อเรามีสินค้าอยู่ในมือแล้วย่อมรู้ถึงได้ว่ากลุ่มลูกค้าของเราคือใคร พยายามหาข้อมูลให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ว่ากลุ่มเป้าหมายเราทำอะไร ที่ไหน อย่างไร สนใจอะไรมากน้อยเพียงใดเป็นหญิงหรือชาย อายุเท่าไหร่ซึ่งข้อมูลต่อไปนี้บ่งบอกได้ถึงการตลาดอย่างมืออาชีพ คนส่วนใหญ่มักเข้ามาทำการค้าออนไลน์โดยไม่เข้าใจถึงสถิติของกลุ่มเป้าหมายของตนเองเท่าไรนัก

เพราะการที่เราไม่หาข้อมูลสถิติ หรือกลั่นกรองกลุ่มลูกค้าของเราเลยจะทำให้ท่านเสียเงินเสียเวลาโดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องเสียไปง่ายๆ 100 คนถาม 3 คนซื้อ แม่ค้าพ่อค้ารายใหม่จะต้องได้เจอกับเหตุการณ์นี้ ผมเองก็มีประสบการณ์โดยตรงจากการขายสินค้าออกไลน์มาเช่นกัน  ปัญหาที่เจอมากที่สุดคือ 100 คนถาม 3 คนซื้อ

โจทย์มันมีอยู่ว่าจะทำอย่างไรให้เราล่วงรู้ถึงได้ว่า 3 คนที่ซื้อเป็นใคร มีความต้องการอย่างไร ดังนั้นการกลั่นกรอง คือเห็นผลที่จะแยกกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการในตัวสินค้าของเราจริงได้ ทีแรกผมยอมรับว่าเราอาจหาข้อมูลมาได้น้อยแต่ นานๆ ไปเราสามารถเก็บค่าสถิติได้ด้วยตัวเอง โดยใช้เครื่องมือเพียงไม่กี่ชิ้น

แต่สำหรับท่านใดมีงบประมาณ ผมแนะนำให้ลงทุนใช้โฆษณาให้เป็นประโยชน์มากที่สุด ผมแนะนำให้ลงโฆษณากับ  google adwords และ facebook ทำไมผมถึงแนะนำกับสองเจ้านี้ที่รู้ๆ คือเขาเป็นมืออาชีพระดับโลก มีเครื่องมือวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ และอีกอย่างเราสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายของได้อย่างชัดเจน

คนไทยเข้าเน็ต
ที่มาของรูป www.positioningmag.com

รูปนี้แสดงให้เห็นว่าคนไทยเข้าเน็ต 26 ล้านคน แต่มีมือถือ 84 ล้านเครื่อง คนไทย 67 ล้านคน ซึ่งแบ่งเป็นคนต่างจังหวัด 66 %  และในเมือง 34 % ซึ่งจากสถิตินี้เราจะเห็นได้ว่า มีการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตคิดเป็น 38 % ของประชากรทั้งประเทศและมีแนวโน้มว่าจะเพื่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ส่วนมากเป็นนักก้มหน้ามืออาชีพกันทั้งนั้น ซึ่งหมายความว่ามีผู้ใช้มือถือมากกว่าคอมพิวเตอร์ ถึง 3 เท่าตัวจากสถิติในรูป

สือที่เป้นที่นิยม
ที่มาของรูป www.positioningmag.com

เหตุไฉนเราจึงเลือกหันมาทำการตลาดบนอินเตอร์เน็ต ความชัดเจนเลยนะครับดูตามรูปภาพได้ คนไทยดูโทรทัศน์น้อยลง แต่กลับสนใจหน้าจอมือถือเพิ่มขึ้น อุปกรณ์พกพาเป็นสิ่งที่สะดวกสบายในการพกติดตัวไปได้ทุกที่ ซึ่งหมายความว่าคนไทยเราใช้อินเอตร์เน็ตเพื่อรับรู้ข่าวสาร ดูหนังฟังเพลง เล่นเกมส์พูดคุยมากกว่าการดูทีวีในรูปแบบเดิมๆ ดังนั้นการขายของออนไลน์มีโอกาศสดใสมากขึ้น แต่กลุ่มเป้าหมายของเราควรชัดเจนด้วย

4.งบประมาณสนับสนุน

งบประมาณสนับสนุน

เม็ดเงินลุงทุนนับว่าเป็นสิ่งสำคัญยิ่งนัก เพราะการขายของออนไลน์นั้นมีต้นทุนในการจัดการค่อนข้างต่ำ แต่การขายสินค้าออนไลน์จำเป็นที่จะต้องมีงบประมาณสนับสนุนเช่นกัน ไหนจะเรื่องรับสินค้ามาขายก็ต้องใช้เงิน ไหนจะค่าโฆษณาก็ต้องใช้เงิน ไหนจะค่าเช่าโฮสต์จดโดเมนอีก ฯลฯ 

สำหรับท่านใดที่ไม่มีงบประมาณ หรือว่ามี แต่มีน้อย การขายสินค้าออนไลน์ ก็มีช่องทางสำหรับคนที่ไม่มีงบประมาณ ไม่มีเงินทุนซื้อสินค้า ไม่มีเงินทำเว็บจดโดเมน อีกหลายๆ อย่าง ฯลฯ ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายเต็มไปหมด ในบทความนี้ผมจะเขียนย่อๆ ให้พอเข้าใจได้ง่ายๆ นะครับ ดังนี้

  1. ขั้นตอนแรกให้เรามองหาสินค้าที่ไม่จำเป็นต้องรับของมาเก็บไว้เพื่อเตรียมจัดส่งให้ลูกค้าแบบทันทีทันใด หมายความว่าให้เรานำกล้องถ่ายรูปไปถ่ายสินค้าตัวนั้นๆ ที่เราจะขาย อาทิเช่น มีญาตพี่น้องขายมือถือทั้งมือหนึ่งและมือสอง ให้เราเข้าไปพูดคุยและตกลงราคาให้เป็นที่เรียบร้อยถ่ายรูปให้น่าสนใจมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
  2. ขั้นตอนต่อไปแต่งรูปที่ถ่ายมาให้ดูน่าสนใจ มองหาเว็บไซต์ที่เราจะเอารูปสินค้าของเราไปลงประกาสขาย fackebook , olx.co.th , kaydee.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ยอดนิยมของเหล่าพ่อค้าแม่ขายสามารถนำสินค้าไปลงประกาศขายได้ฟรีถ้าเป็นสินค้ามือสองผมแนะนำ olx.co.th , kaydee.com สำหรับคนไม่มีทุนเลย 2 เว็บที่แนะนำไปนั้น จะทำให้ท่านขายสินค้าออกได้ไว้มากๆ
  3. หากมีลูกค้าติดต่อมาให้เราสวมวิญาณนักขายมืออาชีพ มัดใจลูกค้าให้อยู่หมัดปิดการขายให้ได้ 
  4. เมื่อเราขายสินค้าได้ ให้เราตกลงกับผู้ชื้อว่าจะเลือกรับสินค้าแบบไหน สะดวกรับเองหรือไม่ ถ้าลูกค้าไม่สะดวกที่จะมารับสินค้าเองได้ เราก็จำเป็นจะต้องให้ลูกค้าโอนเงินมาก่อน แล้วเราก็นำเงินที่ได้ไปซื้อสินค้ากับร้านมือถือที่เราตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก ส่วนต่างที่ขายได้คือกำไล กินนิ่มๆ เลยครับ โดยไม่ต้องลงทุน
  5. หากลูกค้ามารับสินค้าเอง ให้เราไปพูดคุยกับร้านมือถือ ว่าขอเครื่องก่อนได้มั้ยแล้วก็นัดจ่ายเงิน ถ้าเป็นร้านญาตพี่น้องคงไม่มีปัญหา แต่ถ้าไม่ใช่ญาติ  ผมแนะนำให้ออกเงินของตัวเองไปก่อนก็ได้ครับเ พราะเราขายสินค้าได้แล้วหนิ   แต่ส่วนมาก ลูกค้าจะโอนเงินมาก่อน แล้วให้เราส่งสินค้าตามไปทีหลัง ภายใน  3  วัน

แต่สำหรับคนที่มีงบประมาณและมีแหล่งรับสินค้าอยู่แล้ว ตรงนี้ท่านสามารถใช้เงินที่ท่านมีในการสร้างตลาดของท่านเองได้ ส่วนมากค่าใช้จ่ายต่างๆ จะหมดไปกับเรื่องต่างๆ ดังนี้ครับ

  1. การรับสินค้ามาขายและต้องมีค่าใช้จ่ายในตัวสินค้านั้นๆ  และเงินสำหรับการหมุนเวียนสินค้าด้วยครับ
  2. ค่าทำเว็บไซต์ ตรงนี้ไม่จำเป็นก็ได้ เพราะมีเว็บไซต์ฟรีไว้สำหรับบริการ  แต่ถ้าเราคิดกว่าจะเอาดีทางด้านนี้ผมแนะนำให้จัดทำเว็บขายสินค้าที่ดูน่าเชื่อถือเพื่อให้ดูเป็นมืออาชีพไปเลยครับ
  3. งบประมาณในการจัดทำการตลาด การสร้างแบรนด์ของสินค้า เราต้องอาศัยการลงโฆษณาเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด
  4. อื่นๆ 

อันที่จริงงบประมาณมีส่วนสำคัญมากครับ ผมอยากจะเล่าประสบการณ์ของผมให้ฟังนะครับแต่ผมว่าแค่นี้ก็กินเนื้อหาไปมากพอควรแล้ว ยิ่งต้นทุนเราสูงโอกาสอยู่รอดก็จะมีมากตามไปด้วย ยิ่งเป็นสินค้าตัวใหม่ล่าสุดในตลาดออนไลน์ยิ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยการลงโฆษณา เพื่อการสร้างแบรนด์ของสินค้าครับ

ติดตามอ่านต่อหน้า 2 นะครับ

1 ดาว2 ดาว3 ดาว4 ดาว5 ดาว (5 votes, average: 3.80 out of 5)
Loading...
advertisement

About Admin

"สยามอาชีพ" อาชีพเสริม สร้างอาชีพ สร้างรายได้

Leave a Reply

Your email address will not be published.