29 April 2017
อัพเดทล่าสุด
advertisement
หน้าแรก / ธุรกิจแฟรนไชส์ / 5 แฟรนไชส์กาแฟ ยอดฮิตชื่อติดตลาดในเมืองไทย

5 แฟรนไชส์กาแฟ ยอดฮิตชื่อติดตลาดในเมืองไทย

advertisement
กาแฟ เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกเช่นเดียวกับชาและน้ำ ทำมาจากเมล็ดกาแฟจากต้นกาแฟ นิยมดื่มร้อนๆ แต่ก็สามารถดื่มแบบเย็นได้ กาแฟถ้วยนึงมีกาเฟอีนอยู่ประมาณ 80-140 มิลลิกรัม กาแฟมีหลายชนิด คือ กาแฟดำ, เอสเพรสโซ่, คาปูชิโน่, มอคค่า, ลาเต้ และอเมริกาโน่ มีคุณสมบัติช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคในหลายๆ โรค ไม่ว่าจะเป็นโรคอัลไซเมอร์, โรคหัวใจ, มะเร็งเต้านม เป็นต้น กาแฟยังส่วนช่วยเพิ่มความจำระยะสั้น และเพิ่มไอคิว สรรพคุณเยอะจริง ๆ ธุรกิจกาแฟจึงเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ ในวันนี้เลยจะมานำเสนอ “5 แฟรนไชส์กาแฟ ยอดฮิตชื่อติดตลาดในเมืองไทย” ว่ามีอะไรกันบ้าง
  1. คาเฟ่อเมซอน (Café Amazon)

แฟรนไชส์กาแฟ อเมซอน แฟรนไชส์คาเฟ่อเมซอน (Café Amazon) : ร้านยอดนิยมของคนไทย ซึ่งถ้าเราเดินทางร้านจะอยู่ทุุกที่ในปั๊ม ปตท.  มีแรงบันดาลใจในการก่อตั้งมาจากแหล่งกาแฟที่มีชื่อเสียงของโลก คือประเทศบราซิล ซึ่งเป็นต้นตำรับแห่งกาแฟ ผนวกกับเมื่อคิดถึงป่า Amazon ก็จะคิดถึงความร่มรื่นของธรรมชาติอันประกอบด้วยแมกไม้และเสียงน้ำไหลที่ให้ความร่มเย็น Café Amazon มีแนวคิดที่อยากให้เป็นร้านกาแฟที่สามารถนั่งพักผ่อนระหว่างการเดินทาง หรือเป็นแหล่งนัดพบของกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่นิยมดื่มกาแฟที่มีรสชาติอร่อยเข้มข้น พร้อมบรรยากาศเย็นสบายด้วยร่มไม้ล้อมรอบ รายละเอียด : งบประมาณการลงทุนมีให้เลือก 2  รูปแบบ คือ
    • Stand Alone ขนาดพื้นที่ 130 – 160 ตรม. (รวมสวนหย่อม) : ร้านจะมีลักษณะเป็นอาคารเดี่ยว ตั้งอยู่บนที่ดิน รวมราคาตั้งแต่ค่าก่อสร้างจนถึงค่าอุปกรณ์ทั้งหมด (ไม่รวม VAT) 2,769,000-4,065,000 บาท
    • Standard (Shop) ขนาดพื้นที่ 40 – 100 ตรม. (ตั้งอยู่ภายในอาคาร เช่น อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า อาคารพาณิชย์ ฯลฯ และต้องมีผู้คนผ่านไปมาไม่น้อยกว่า 3,000 คนต่อวัน) : รวมราคาตั้งแต่ค่าก่อสร้างจนถึงค่าอุปกรณ์ทั้งหมด (ไม่รวม VAT) 2,229,000-3,849,000 บาท
**เพิ่มเติม** ค่า Royalty Fee + ค่า Marketing Fee : 3% + 3% ของยอดขายรายเดือน, ค่าเช่าเครื่อง Point of Sale (POS) : 24,000 บาท/ปี, อายุสัญญา 6 ปี (Renovate ร้านทุก 3 ปี)
  1. สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (Starbucks)

แฟรนไชส์ร้านกาแฟ สตาบัค ร้านกาแฟยอดนิยมอีกร้านนึงในเมืองไทย และเป็นร้านกาแฟยอดนิยมของคนทั่วโลก มีหลายหลายเมนูให้เลือกดื่ม รวมไปถึงการคั่วบดกาแฟ และเป็นผู้ค้าปลีกกาแฟคั่วพิเศษ ระดับพรีเมียมของโลกอีกด้วย สตาร์บัคส์มีร้านอยู่มากกว่า21,366 สาขา ใน 60 ประเทศ ทั่วโลก อีกทั้งสตาร์บัคส์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งสินค้าและภาพลักษณ์ของแบรนด์ แผนการตลาดและระบบจัดการดีเยี่ยม ทำให้นักลงทุนต้องการไปเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์นี้ รายละเอียด : ทางบริษัทยังไม่มีนโยบายเปิดขายแฟรนไชส์ในทุกกรณี บริษัท สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) จำกัด จะควบคุมดูแลทุกสาขาทั้งหมดในประเทศไทย
  1. กาแฟสด ชาวดอย (Chaodoi Coffee)

 แฟรนไชส์กาแฟ ชาวดอย กาแฟสด ชาวดอย เน้นการคัดสรรกาแฟให้ได้คุณภาพ พิถีพืถันกับการคัดเลือกวัตถุดิบ มีกรรมวิธีการคั่วเป็นของตัวเอง ทำให้กาแฟที่มีรสชาติดี หอม กลมกล่อม มีสูตรพิเศษเฉพาะตัว  เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค กาแฟสด ชาวดอย ร้านกาแฟสดที่เน้นรสชาติกาแฟเข้ม….ไม่เกรงใจใคร รสชาติกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์ของคนไทย รายละเอียด : งบประมาณการลงทุน (แล้วแต่ขนาดของธุรกิจ) แบ่งการขายเป็น 3 แบบ
        • Coffee (กาแฟ) : ชุดเคาท์เตอร์มาตรฐาน
          • Coffee Set A  329,500 บาท
          • Coffee Set B  350,500 บาท
          • ชุดตู้ขายชาวดอยคอฟฟี่ Coffee
          • ชุดตู้ขาย A – 408,500 บาท
          • Coffee ชุดตู้ขาย B – 473,500 บาท)
        • Bubble Tea (ชานมไข่มุก)
          • ชุดเคาท์เตอร์มาตรฐาน
          • Bubble Tea Set A  265,000 บาท
          • Bubble Tea Set B  429,500 บาท
          • ชุดตู้ขายชาวดอยบับเบิลที
          • Bubble Tea ชุดตู้ขาย A  350,000 บาท
          • Bubble Tea ชุดตู้ขาย B  376,000 บาท)
        • Coffee (กาแฟ) & Bubble Tea (ชานมไข่มุก)
          • ชุดบูธ 447,500 บาท
          • ชุดตู้ขาย 455,000 บาท
หมายเหตุ** ราคาที่กล่าวมารวม VAT แล้ว ชุดแต่ละชุดอุปกรณ์ครบ
  1. คอฟฟี่ ทูเดย์ (Coffee Today)

 แฟรนไชส์กาแฟ คอฟฟี่ ทูเดย์ ยึดหลักคำกล่าวที่ว่า “กาแฟทุกแก้วมาจากแรงบันดาลใจ” มีการคิดค้นสูตรกาแฟสดที่สามารถให้คนไทยบริโภคได้อย่างถูกปาก ด้วยราคาที่ไม่แพง จึงเกิดเป็นกาแฟสดสูตรอย่างไทย ที่หอม ละมุน กลมกล่อม และไม่เข้มจัด ทำให้ทุกคนสามารถดื่มได้ง่าย รายละเอียด : รูปแบบร้าน แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ คือ
  • Kiosk ใช้พื้นที่ประมาณ 4-10 ต.ร.ม จะเน้นให้บริการลูกค้าแบบ Take-Away
  • Conner ใช้พื้นที่ประมาณ 10-20 ต.ร.ม. จะเน้นให้บริการลูกค้าแบบ Take-Away และ Sit-in โดยจะมีเฟอร์นิเจอร์สำหรับรองรับลูกค้า แต่แค่ไม่กี่ชุด
  • Shop ใช้พื้นที่ตั้งแต่ 21 ต.ร.ม. ขึ้นไป จะเน้นให้บริการลูกค้าได้ทุกรูปแบบ และมีเฟอร์นิเจอร์ แบบเต็มรูปแบบไว้ให้บริการลูกค้า
งบประมาณการลงทุน (แล้วแต่ขนาดของธุรกิจ)
  • ค่าแฟรนไชส์ 30,000 บาท สำหรับสัญญา 3 ปี (ในกรณีต่อสัญญา ปีที่ 4 จะเรียกเก็บอีกครั้ง)
  • ค่าโลแยลตี้ สำหรับการดำเนินธุรกิจภายใต้ แบรนด์ Coffee Today รายปี ปีละ 30,000 บาท
  • เงินประกันสัญญาแฟรนไชส์ 50,000 บาท (จะได้คืนเมื่อหมดสัญญา)
  • เงินลงทุนในการก่อสร้าง ตกแต่งร้าน เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆในร้านเริ่มตั้งแต่ 450,000 – 750,000 บาท ขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน และพื้นที่ร้าน
  • ค่าวัตถุดิบต่างๆ ในการเริ่มต้นธุรกิจ 20,000 – 30,000 บาท
  1. ช่อลดา ชาไทย (Cholada Coffee)

แฟรนไชส์ กาแฟช่อลดา ช่อลดา ชาไทย ร้านขายเครื่องดื่ม
  • เมนูชา เช่น ชานม, ชาเขียว, ชามะนาว
  • เมนูกาแฟ เช่น  กาแฟเย็น ช่อลดา, เอสเพรสโซ่,ลาเต้
  • เมนูอื่นๆ เช่น โกโก้, นมเย็น, นมสด  และอิตาเลี่ยนโซดา เช่น น้ำแดงโซดา, บลูฮาวายโซดา, สตรอเบอร์รีโซดา
  • รสชาติดี 25.- บาท ทุกแก้ว หอม รสชาติกลมกล่อม
รายละเอียด : งบประมาณการลงทุน (แล้วแต่ขนาดของธุรกิจ) มี 4 แพ็คเกจดังนี้ แฟรนไชส์กาแฟ  
ทุกการลงทุนล้วนมีความเสี่ยง ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลและวางแผนก่อนการลงทุน ว่าใช้งบประมาณเท่าไร ทำเลที่ตั้งร้านที่ไหนดี มีการวางแผนการจัดการธุรกิจ วางแผนทางการเงิน เพื่อที่ธุรกิจจะได้ประสบความสำเร็จถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ ไม่มีอะไรที่คนเราจะประสบความสำเร็จ ถ้าไม่ลงมือทำขอให้ประสบณ์ความสำเร็จทุกท่านค่ะ
1 ดาว2 ดาว3 ดาว4 ดาว5 ดาว (2 votes, average: 5.00 out of 5)
Loading...

Leave a Reply

Your email address will not be published.