อัพเดทล่าสุด
หน้าแรก / ธุรกิจ SMEs / ธุรกิจขายตรง มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร

ธุรกิจขายตรง มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร

advertisement

หากวันหนึ่งมีเพื่อนมาชวนไปฟังธุรกิจขายตรง…เป็นคุณจะไปมั้ย? หลายคนอาจจะตอบทันทีเลยว่า “ไม่!” แต่หลายคนอาจจะ “ไป” อาจเพราะเกรงใจเพื่อนบ้าง หรืออยากรวยจริงๆบ้าง ธุรกิจขายตรงเป็นอาชีพที่ใครหลายคนไม่ชอบ แต่ทำไมธุรกิจนี้ยังดำเนินต่อไปได้อยู่ และธุรกิจขายตรงหน้าใหม่ก็เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ แสดงว่ายังมีดีอยู่ใช่มั้ย ถ้าอย่างนั้นเรามาดูกันว่าธุรกิจขายตรงมีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง

ข้อดีของธุรกิจขายตรง

banknote-15801_640

  1. รวยเร็ว

ธุรกิจขายตรงมีโอกาสสร้างรายได้หลักแสนหลักล้านได้ ถ้าเทียบกับวงการคนทำงานออฟฟิต กว่าจะเงินเดือนขึ้น กว่าจะได้รายได้หลักแสนนั้นยากมาก! คงต้องรอไปหลายสิบปี แต่ในวงการธุรกิจขายตรง เพียงแค่คุณขยัน สู้ ไม่อายในอาชีพ คุณก็มีโอกาสสร้างรายได้หลักแสนได้

  1. เป็นโอกาสสร้างเนื้อสร้างตัวให้กับทุกคน

ไม่ว่าจะจบแค่ ป.4 เรียนไม่จบ ยังเป็นนักศึกษา หรือจบหมอมาก็ตาม ทุกคนสามารถทำได้ ทุกคนมีความสำคัญเท่ากันหมด ไม่ต้องมีวุฒิปริญญามาสมัครเพราะธุรกิจขายตรงให้โอกาสกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

photographers-1150033_640

  1. มีโอกาสได้เที่ยวฟรีบ่อยๆ

ธุรกิจขายตรงมีโปรดีๆเจ๋งๆมากระตุ้นให้เครือข่ายทำแต้มอยู่ตลอดเวลา มีทริปไปเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ และบริษัทก็ทุ่มทุนจ่ายให้คุณจริงๆซะด้วย ได้กินของดี ได้เที่ยวฟรี ได้พักโรงแรมสุดหรู ซึ่งถ้าคุณไปเองจ่ายเองก็คงต้องเก็บเงินนานพอสมควรกว่าจะได้ทริป 1 ทริป

  1. ได้อบรม สัมมนาดีๆ เกี่ยวกับเทคนิคการขาย การเอาชนะใจคน การโน้มน้าวคน

ถึงแม้บางคนจะไม่ได้ทำธุรกิจขายตรงไปตลอดชีวิต แต่เทคนิคที่เราได้เรียนนี้จะสามารถเอาไปใช้ได้ตลอดชีวิต “การรู้จักปิดการขาย” เป็นสิ่งสำคัญมาก ไม่ว่าเราจะประกอบอาชีพอะไรย่อมต้องมีการซื้อขาย และถ้าคุณปิดการขายเป็นย่อมสร้างรายได้ให้คุณง่ายขึ้น อนาคตคุณอาจจะมีธุรกิจส่วนตัวคุณก็ยังสามารถเอาเทคนิคการขายไปใช้ได้ตลอด

ข้อเสียของธุรกิจขายตรง

woman-1253487_640

  1. เสียเพื่อน เสียญาติ เสียคนรู้จักไปหลายสิบคน

เป็นสัจธรรมของการทำธุรกิจขายตรงที่เมื่อใครเลือกทำธุรกิจนี้จะต้องแลกกับความสัมพันธ์อันดีกับคนรู้จักไปไม่มากก็น้อย ต้องยอมรับว่ายังมีคนไทยกลุ่มใหญ่ที่ต่อต้านธุรกิจขายตรง อาจจะเคยทำมา เคยโดนคนรู้จักหลอก เคยโดนลูกค้าด่ามา ซึ่งมันกลายเป็นประสบการณ์ที่ไม่ดีฝังอยู่ในใจของใครหลายคน

พอเรากลับไปชวนเค้าทำอีกครั้ง ก็เลยเกิดกระแสต่อต้านขึ้น และเมื่อรู้ว่าเพื่อนคนไหนขายตรงก็เลยไม่อยากคุยด้วยอีก เพราะกลัวจะถูกชักชวน เราอาจจะมองว่าเป็นโอกาส เราเอาโอกาสไปให้ เราจริงใจไม่ได้หลอก แต่คนรับมองว่ากำลังไปหลอกเค้า ต้องยอมรับว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะเปิดใจยอมรับ
  1. มีโอกาสถูกหลอกจากธุรกิจลูกโซ่

ธุรกิจขายตรง” ที่มีความซื่อสัตย์นั้นมีอยู่จริง แต่ “ธุรกิจลูกโซ่” ที่อ้างว่าตัวเองเป็นธุรกิจขายตรงก็ยังมีอีกเช่นกัน เพราะฉะนั้น ถ้าอยากทำธุรกิจขายตรงแต่ไม่ศึกษาดีๆก็มีโอกาสที่จะถูกหลอกได้ วิธีสังเกตว่าเรากำลังถูกหลอกให้ทำ ธุรกิจลูกโซ่หรือไม่ ให้สังเกตดังนี้

  • ธุรกิจที่คุณกำลังจะทำเน้นการหาสมาชิกเป็นหลักหรือเปล่า คือไม่เน้นการขายสินค้าเลย เน้นหาสมาชิกและหักหัวคิวเป็นทอดๆไป
  • ค่าสมัครแพงเกินเหตุ มีค่าต่ออายุสมาชิกแพงเกินไป เอะอะก็เก็บเงินๆ เดี๋ยวค่าโต๊ะ เดี๋ยวค่าสัมมนา ฯลฯ
  • ผลิตภัณฑ์ไม่เยอะ หรือไม่ดีจริง ไม่เน้นการขายสินค้า

calculator-428294_640

  1. ธุรกิจขายตรงก็มีค่าใช้จ่ายเหมือนกันนะ

เมื่อมีคอร์สอบรม หรือจัดงานที่โรงแรม ส่วนมากจะต้องออกเงินค่าที่นั่งเอง รวมถึงที่นั่งของคนที่เราชวนเค้ามาฟัง แรกๆมาฟังก็ฟรีหรอก สักพักเก็บเงินตลอด ไหนจะค่าสมาชิก บางทีก็ต้องสต๊อกสินค้า คนที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจขายตรงไม่ได้ประสบความสำเร็จตั้งแต่ก้าวแรกทุกคน บางคนไม่มีลูกค้า และเค้าเหล่านั้นก็ไม่มีเงิน จึงอยากมาหาโอกาสที่นี่ แต่ยังไม่มีรายได้เข้ามาเลยก็ต้องควักตังค์ก่อนซะแล้ว จากที่มาสร้างสถานะจึงกลายมาเป็นเพิ่มค่าใช้จ่ายซะงั้น

ธุรกิจขายตรงจริงๆแล้วก็ยังมีข้อดี แต่วิธีทำการตลาดที่ผ่านมาทำให้คนมองไปในแง่ลบและติดภาพลบกันซะส่วนใหญ่ ทุกวันนี้ธุรกิจขายตรงหลายตัวจึงพยายามปรับเปลี่ยนวิธีการขายเพื่อให้สามารถทำการตลาดได้ต่อไป อย่างที่แอดมินบอกและอยากจะย้ำอีกครั้งว่า “ธุรกิจขายตรง…มีทั้งบริษัทที่ซื่อสัตย์และบริษัทที่โกง” หากคุณมั่นใจและคิดว่าอยากทำธุรกิจขายตรงก็ลุยเถอะค่ะ เพราะอย่างน้อยก็เป็นงานสุจริต แต่ก็เลือกดีๆเพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่ถูกหลอกค่ะ
1 ดาว2 ดาว3 ดาว4 ดาว5 ดาว (2 votes, average: 4.00 out of 5)
Loading...
advertisement

About Admin

"สยามอาชีพ" อาชีพเสริม สร้างอาชีพ สร้างรายได้

One comment

  1. ไม่มีเสียเพื่อนครับมีแต่จะได้เพื่อนเพิ่ม

Leave a Reply

Your email address will not be published.